มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (国立臺湾大学)

ครั้งนี้เราจะพาไปชมบรรยากาศในมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (国立臺湾大学) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติที่มีชื่อเสียงมากสุดในไต้หวัน ก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักในชื่อมหาวิทยาลัยจักรวรรดิไทโฮกุ(臺北帝國大學) เป็นหนึ่งในเก้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิ (Imperial University) ของจักรวรรดิญี่ปุ่น(大日本帝国) ก่อตั้งโดยรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ. 1928 โดยมีคณะศิลปศาสตร์และกฎหมาย และคณะวิทยาศาสตร์และการเกษตร เป็นคณะแรกตั้ง ต่อมาได้มีการจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะแพทย์ศาสตร์เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง รัฐบาลจีนคณะชาติพรรคก๊กมินตั๋งได้เข้ามามีบทบาทต่อการจัดการเรียนการสอน เปลี่ยนชื่อจากมหาวิทยาลัยจักรววรดิ์ไทโฮกุเป็น มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 14945 หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามและก๊กมินตั๋งย้ายมาตั้งหลักที่เกาะไต้หวัน มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของไต้หวัน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงไทเป มหาวิทยาลัยเป็นลำดับหนึ่งจากการสอบแข่งขันของเด็กมัธยมปลายทั่วไต้หวัน และมีศิษย์เก่ามากมายที่มีชื่อเสียง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเอื้อให้มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันเป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับในสังคมไต้หวัน (ข้อมูลจากวิกิพิเดีย)

ระตูมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (台大正門)ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1931 และได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานของเทศบาลในปี 1998 ที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 88 ปี จัตุรัสหน้าประตูโรงเรียนครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ชุมนุมของมวลชนเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ทางการเมือง


เมื่อเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยจะพบกับแนวทางเดินต้นมะพร้าว (椰林大道) ที่เรียงรายกันเป็นแนวยาวสวยงาม ความยาวของถนนประมาณ 500 เมตร เมื่อมองไปสุดที่ระยะไกลนั่นก็คือยอดเขานิ้วโป้ง ที่ดูเหมือนมือชูกำปั้นยกนิ้วโป้งขึ้น แสดงถึงความหวังว่ามหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันจะกลายเป็นมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งของไต้หวัน ระหว่างทางยังปลูกต้นดอกอาซาเลีย ซึ่งจะเบ่งบานสร้างสีสันให้กับถนนแห่งนี้ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี


ระหว่างทางเดินต้นมะพร้าวมีระฆังที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าท่านโบ๋วสือเหนียน (傅斯年校長) โดยระฆังจะดัง 21 ครั้งใน 1 วันแสดงถึงคาบเรียน ดังคำกล่าวของท่านผู้อำนวยการที่เคยกล่าวไว้ว่า "ในหนึ่งวันมีเพียง 21 ชั่วโมง และอีก 3 ชั่วโมงที่เหลือจะใช้สำหรับการคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ"

เมื่อเดินจนสุดทางเดินต้นมะพร้าวจะพบกับอาหารขนาดใหญ่ นั่นก็คือห้องสมุดมหาวิทยาลัยไต้หวัน ซึ่งสร้างเสร็จในปี 1988 เป็นอาคาร 5 ชั้นเหนือพื้นดินและมีอีก 1 ชั้นใต้ดิน


อาคารพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันสร้างเสร็จเมื่อปี 1930 แต่เดิมเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัย แต่ด้วยความที่หนังสือและเอกสารทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นทำให้พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอจึงได้ย้ายห้องสมุดไปยังอาคารใหม่ อาคารแห่งนี้จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1994 ชั้น 2 มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกของมหาวิทยาลัยและของน่ารักต่างๆ อีกมากมาย



อาคารเรียนเดิม (
臺灣大學原帝大校舍) ในสมัยยังเป็นมหาวิทยาลัยจักรวรรดิไทโฮกุ(臺北帝國大學) ในสมัยก่อนมีแต่คณะอักษรศาสตร์ การเมือง วิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ต่อมาต่อมาได้ตั้งคณะแพทยศาสตร์ และขยายคณะอื่นๆ สร้างบุคลากรที่สำคัญของไต้หวันมากมาย อาคารแห่งนี้เป็นอาคารประวัติศาสตร์ในยุค 1920 ปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานบริหารงานมหาวิทยาลัยและมีห้องเรียนคณะอักษรศาสตร์อยู่ด้วย


แปลงเกษตรทดลองของมหาวิทยาลัย (臺灣大學校總區實驗農場) เป็นสถานที่ทดลองทำการเกษตรของนักศึกษา และบริเวณใกล้กันมีร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรของทางมหาวิทยาลัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชา นม ไข่ ผัก และผลิตอาหารสำเร็จรูปอีกนานชนิด นอกจากนี้ยังหลงเหลืออาคารในสมัยก่อนที่เคยเป็นห้องวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาในสมัยก่อนด้วย



เมื่อมาชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามและบรรยากาศของมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไต้หวันแล้ว ก็อย่าลืมแวะไปชิมวาฟเฟิลไส้ต่างๆ ที่ร้านเสี่ยวมู่อู ซงปิ่ง (小木屋鬆餅) ที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณสหกรณ์ของมหาวิทยาลัยที่ห้ามพลาดกับการซื้อนมสด โยเกิร์ต ผักผลไม้ สินค้าเกษตรต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยได้ร่วมทำการวิจัยหรือมีส่วนร่วมในด้านต่างๆ กลับไปลิ้มลองเป็นของฝากกันด้วย







Comments