เส้นทางหนานเหิง (南橫公路) เป็นหนึ่งใน 3 เส้นทางหลักที่ทอดเชื่อมระหว่างทางภาคตะวันออกและตะวันตกของไต้หวัน โดยเส้นทางหนานเหิงเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองเกาสงและเมืองไถตง "หนาน" หมายถึงใต้ "เหิง" หมายถึงแนวนอน โดยอีกสองเส้นทางเรียกกว่าเป่ยเหิง (北橫 ) ซึ่งทอดผ่านทางตอนเหนือของไต้หวัน และจงเหิง (中橫) เส้นทางที่ทอดผ่านทางตอนกลางของไต้หวัน โดยเส้นทางหนานเหิงถูกทำลายอย่างรุนแรงจากพายุไต้ฝุ่นมรกต (88風災) เมื่อปี 2009 และได้เปิดการสัญจรอีกครั้งหลังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2022 จากการบูรณะเกือบ 13 ปี เส้นทางหนานเหิงหรือทางหลวงหมายเลข 20 (台20線省道) เป็นทางหลวงที่เริ่มต้นจากเขตสั่วเจิ่น เมืองไถหนาน (台南市左鎮區) ผ่านเมืองเกาสง จนไปสิ้นสุดที่เมืองไถตง โดยมีความยาวทั้งหมด 203.982 กิโลเมตร
เส้นทางหนานเหิงนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 1968 โดยเปิดให้รถผ่านไปมาตั้งแต่ปี 1972 ในตอนก่อสร้างมีคนงานจำนวน 116 คนเสียชีวิตในระหว่างการทำงาน หลังจากนั้นถนนสายนี้ก็เผชิญกับดินถล่ม ถนนพัง ถนนขาดจากพายุไต้ฝุ่นที่พัดผ่านและแผ่นดินไหวอยู่นับครั้งไม่ถ้วน
แม้ในปัจจุบันการเดินทางบนเส้นทางนี้ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน โดยเส้นทางนี้จะปิดในวันอังคารและวันพฤหัสบดี สำหรับวันอื่นๆ ที่เปิดให้สัญจรจะเปิดตั้งแต่ 7.00-14.00 น. สำหรับรถที่ผ่านไปมาจำกัดเฉพาะรถที่นั่งน้อยกว่า 9 ที่นั่ง มีน้ำหนักน้อยกว่า 5 ตันเท่านั้น นอกจากนี้ หากมีพายุ หรือฝนตกหนักก็อาจจะมีการปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัยของผู้สัญจรไปมา
จุดท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางบนเส้นทางหนานเหิงมีมากมาย ที่สำคัญคือทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางที่งดงามมากจนลืมไปว่ากำลังขับรถอยู่กว่า 200 กิโลเมตรบนเส้นทางนี้ การเดินทางในครั้งนี้เริ่มจากเมืองไถตง ซึ่งจะผ่านหุบเขาอู่ลู่ (霧鹿峽谷) เป็นหนึ่งในแปดจุดชมทิวทัศน์ทางตอนใต้ของไต้หวัน เป็นหุบเขาที่เป็นรูปตัวเอส มีความยาวรวมทั้งหมดกว่า 9 กิโลเมตร มองเห็นหน้าผาที่สูงกว่า 1,000 เมตรทอดยาวตลอดทาง จะแวะอีกจุดระหว่างเดินทางชมหุบเขาอู่ลู่นี้คือออนเซ็นลิ่วโข่ว (六口溫泉) ซึ่งเป็นบ่อออนเซ็นที่คนงานที่สร้างเส้นทางหนานเหิงขุดพบขึ้นโดยบังเอิญเพื่อแช่น้ำผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการทำงานก่อสร้าง โดยบ่อออนเซ็นลิ่วโข่วมีทั้งหมด 6 บ่อ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำแร่ในบ่อแรกจะร้อนมากประมาณ 70-80 องศา แต่พอขุดบ่อที่ 2, 3, 4, 5,6 ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิของน้ำจะลดลงจนสามารถแช่น้ำได้ ซึ่งอุณหภูมิของบ่อที่ 4, 5, 6 เป็นอุณหภูมิที่ร้อนพอเหมาะกับการต้มไข่ด้วย







Comments
Post a Comment