สะพานสามเซียน (三仙台遊憩區) หรือซันเซียไถ เมืองไถตง เป็นสะพานเชื่อมให้เดินจากชายฝั่งไปยังเกาะปะการัง ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจากแนวหินปะการังตามชายฝั่งเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นเกาะ ซึ่งบนเกาะจะเห็นเป็นหินปะการัง 3 ก้อน ตามตำนานพื้นเมืองเล่ากันว่า ในขณะที่แปดเซียนกำลังเดินทางข้ามทะเลอยู่นั้น มีเซียนสามท่าน คือ เถียกว่ายหลี่ หลีต้งปิง และเหอเซียนกู ได้หยุดประทับที่นี่ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ซานเซียนไถ” ที่แปลว่าสามเซียน โดยหินปะการังขนาดใหญ่ทั้ง 3 ก้อนก็เปรียบเสมือนเซียนทั้งสาม
ในสมัยก่อนนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเกาะสามเซียนแห่งนี้ตอนน้ำลงเท่านั้น ในปี 1987 รัฐบาลได้สร้างสะพานโค้งข้ามทะเลแปดโค้งเพื่อข้ามไปยังเกาะ ได้รับการออกแบบเป็นรูปคลื่นเหมือนมังกรทะเลกำลังก้มกราบอยู่ พื้นที่ของซันเซียนไถ มีพื้นที่ประมาณ 22 เฮกตาร์ โดยมีจุดสูงสุดเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 77 เมตร มีเส้นทางเดินรอบเกาะใช้เวลาราวๆ 2 ชม.
นอกจากสะพานเชื่อมไปยังเกาะที่เป็นไฮต์ไลต์แล้ว เกาะนี้ยังเป็นจุดดำน้ำที่น่าสนใจที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไต้หวัน เพราะรอบๆ เกาะมีแนวปะการังที่สวยงาม ปลา และธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งลักษณะทางธรณีวิทยาของที่นี่มีความสวยแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นหลุมน้ำที่เกิดขึ้นบนแนวแผ่นหินรอบๆ เนินหินปะการัง ถ้ำหินที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล รวมถึงต้นไม้พืชพันธุ์
(ข้อมูลดีๆ บางส่วนจากเว็บไซต์ panlana.com)
สะพานตงเหอ (東河橋) มีชื่อเดิมว่าสะพานโยชิดะ สร้างขึ้นในปี 1930 เป็นสะพานแขวนที่ออกแบบโดยวิศวกรชาวญี่ปุ่นเพื่อเชื่อมระหว่างชุมชนของชนเผ่าตงเหอและลุ่มน้ำไท่หยวน ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำที่เมืองเฉิงกง ในปี 1953 พายุไต้ฝุ่นได้สร้างความเสียหายให้กับสะพานแห่งนี้ รัฐบาลเมืองไถตงจึงได้บูรณะสะพานนี้ขึ้นมาใหม่จนเป็นสภาพที่เห็นในปัจจุบัน ด้วยสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ทางฝั่งเหนือเป็นหินปูนแข็งในขณะที่ฝั่งใต้มีชั้นอ่อนและมีหินปูนขนาดใหญ่ทับถมอยู่ ดังนั้น ด้านเหนือของสะพานจึงออกแบบเป็นรูปโค้งสำหรับข้ามแม่น้ำ ส่วนด้านใต้ออกแบบได้เพียงโครงสะพานเท่านั้น
หากมาที่นี่แล้ว ก็อย่าลืมข้ามสะพานเดินเข้าไปในชุมชนตงเหอ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็จะถึงร้านซาลาเปาเก่าแก่กว่า 70 ปี ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีตำรวจตงเหอ
สวนวัฒนธรรมโรงงานน้ำตาลซินตง (新東糖廠文化園區) เดิมเคยเป็นสถานที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลทรายแดงที่ดำเนินการโดยเอกชนในเมืองไถตง แต่ปิดกิจการไปเมื่อปี 1980 ต่อมารัฐบาลเมืองไถตงร่วมมือกับศิลปินต่างๆ ได้พัฒนาพื้นที่ว่างให้กลายเป็นอุทยานศิลปวัฒนธรรม พื้นที่รกร้างถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอและโชว์รูม และมีการจัดนิทรรศการอยู่ประจำ หอพักของพนักงานโรงงานน้ำตาลได้กลายมาเป็นที่พักแนวโฮมสเตย์ โกดังสินค้ากลายมาเป็นร้านขายงานฝีมือที่มีลักษณะเฉพาะ และสำนักงานเก่ากลายเป็นร้านกาแฟ ในคืนวันหยุด จะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของคนในท้องถิ่นและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือญี่ปุ่น
Comments
Post a Comment