เขตตั้นสุ่ยเป็นเขตที่มีความสำคัญมากในยุคสำรวจ ศตวรรษที่ 17 ที่ชาวสเปนและชาวฮอลันดาเข้ามาสำรวจเพื่อทำการค้า และตั้งถิ่นฐานในที่สุด โดยรัฐบาลไต้หวันได้เห็นความสำคัญของเขตตั้นสุ่ยนี้ จึงีการอนุรักษ์โบราณสถานไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ตึกรามบ้านช่องที่ก่อด้วยอิฐสีแดงสไตล์ตะวันตก รวมถึงป้อมปราการมาจนถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญท่าเรือตั้นสุ่ยและเขตตั้นสุ่ยนี้ยังเป็นสถานที่ขึ้นเรือครั้งแรกและเป็นที่ตั้งของบ้านพักอาศัยของท่านแมคเคลย์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการแพทย์ของไต้หวันเป็นอย่างมาก จนมีการก่อตั้งโรงพยาบาลแมคเคลย์ ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของไต้หวันเลยทีเดียว
George Leslie Mackay (偕瑞理) เป็นมิชชันนารีเพรสไบทีเรียนคนแรกที่อยู่ทางตอนเหนือของไต้หวัน ท่านรับหน้าที่ให้เผยแพร่ศาสนา ท่านได้สร้างคุณูปการให้กับไต้หวันในหลายๆ ด้าน นอกจากการเผยแพร่ศาสนาแล้ว ท่านยังสร้างคลีนิกเพื่อรักษาคนไข้ สร้างสถาบันการศึกษาเพื่อสอนหนังสือให้กับชาวไต้หวันในขณะนั้น ในหนังสือประวัติศาสตร์ของนักเรียนชาวไต้หวันก็มีให้เด็กๆ ทุกคนได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวประวัติและคุณูปการที่ท่านได้กระทำไว้เพื่อชาวไต้หวัน
รูปปั้นหินท่านแมคเคย์: ตั้งอยู่ในสวนกลางสี่แยกถนน Jianshe และถนน Zhongzheng สร้างขึ้นเมื่อปี 2001 เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 100 ปีการจากไปของท่านแมคเคย์ โดยในวันที่ 2 มิถุนายนของทุกปี ถือเป็นวันแมคเคย์
ทางเดินตามรอยท่านแมคเคย์มีป้ายบอก
ศูนย์การแพทย์แมคเคย์ (滬尾偕醫館) ตั้งอยู่บนถนน Mackay เดินถัดไปจากรูปปั้นของท่านแมคเคย์ไปนิดเดียว เป็นคลินิกแพทย์ตะวันตกแห่งแรกในไต้หวันและช่วยเหลือในการรักษาอาการบาดเจ็บระหว่าง สงครามชิง-ฝรั่งเศส โดยได้รับเงินบริจาคจากหญิงชาวอเมริกัน ปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติของท่านแมคเคย์ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยนั้น
โบสถ์ตั้นสุ่ย: ตั้งอยู่ติดกับศูนย์การแพทย์แมคเคย์ เป็นโบสถ์แรกที่ก่อตั้งโดยท่านแมคเคย์ในปี 1872 เป็นอาคารสไตล์โกธิก ในปัจจุบันตัวอาคารที่เราเห็นอยู่นี้ได้รับการบูรณะใหม่ในปี 1932 ซึ่งจุดที่ชื่นชอบสำหรับคู่รักในการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งอีกแห่งหนึ่งด้วย
จุดที่ท่านแมคเคย์ขึ้นเรือเข้าฝั่งเขตตั้นสุ่ย จะเห็นรูปปั้นของท่านแมคเคย์นั่งคุกเข่าข้างเรือ มือถือหนังสือสวดมนต์และชุดปฐมพยาบาล

บ้านพักของท่านแมคเคย์ สร้างขึ้นในปี 1875 บริเวณใกล้เคียงกันยังมีอีกอาคารสำหรับอ่านหนังสือและค้นคว้าวิจัย ท่านแมคเคย์ได้ใช้ชีวิตกับภรรยาและลูกที่บ้านพักแห่งนี้ ในปี 1901 หลังจากการเสียชีวิตของท่านแมคเคย์ บ้านพักแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยของมิชชานารี่คนอื่นๆ อยู่สักพัก จนกระทั่งปี 1941 นายรุย เหลียน ลูกชายคนเดียวของท่านแมคเคย์ ได้กลับไปไต้หวันเพื่อก่อตั้งโรงเรียนมัธยมตั้นเจียง (淡江中學) จึงได้ใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของอาจารย์ใหญ่ ต่อมาหลังการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเจินหลี่ (Aletheia University) ได้มีการใช้อาคารแห่งนี้เป็นห้องสมุด หอพักสำหรับนักวิจัย ครอบครัวแมคเคย์ได้พักที่อาคารแห่งนี้เมื่อเดินทางกลับมาไต้หวันทุกครั้ง เรียกได้ว่าอาคารหลังนี้เป็นอาคารที่ระลึกถึงครอบครัวแมคเคย์เลยก็ว่าได้
เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในปี 2021 ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม จึงได้นำภาพจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย Aletheia มาแนะนำ
มหาวิทยาลัย Oxford แห่งไต้หวัน ท่านแมคเคย์ได้เดินทางกลับมาที่ไต้หวันเมื่อปี 1880 เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนใหม่ และได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากคนในเมืองออกซ์ฟอร์ดในแคนาดาในสมัยนั้น จึงได้ตั้งชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนอ็อกซ์ฟอร์ด" โดยได้สร้างโบสถ์ไว้ในบริเวณมหาวิทยาลัยด้วย
นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกันยังเป็นหอพักอาจารย์ในโรงเรียน หอพักของมิชชานารี่ในสถาปัตยกรรมอิฐแดงสไตล์ตะวันตก
ภาพจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย Aletheia โรงเรียนสตรีตั้นสุ่ย (淡水女學堂) ถือเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของไต้หวันก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1884 โดยระดมเงินจากกลุ่มสตรีในต่างประเทศ ด้วยความที่ท่านแมคเคย์เห็นว่าสตรีในไต้หวันขณะนี้ขาดการศึกษาและมีสถานะทางสังคมที่ต่ำ
โรงเรียน Tamkang High School (淡江高級中學) ก่อตั้งขึ้นในปี 1925 โดยท่านจอร์จ เลสลี แมคเคย์ ลูกชายคนเดียวของท่านแมคเคย์ เพื่อสร้างรากฐานทางการศึกษาให้กับชาวไต้หวันจนมาถึงทุกวันนี้ ภายในโรงเรียนมีอาคารหอคอยแปดเหลี่ยม ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันออก (แบบทาวเวอร์) และแบบตะวันตก (แบบไบแซนไทน์) ได้อย่างงดงามรูปจากเว็บไซต์โรงเรียน Tamkang High School
Comments
Post a Comment