เทศกาลดอกคามิเลีย เมืองซินจู๋ (2021新竹市茶花季) ดอกคามิเลียถือเป็นพืชเศรษฐกิจของเมืองซินจู๋ โดยมีพื้นที่ปลูกดอกคามิเลียประมาณ 15 เฮกตาร์ มีกว่า 1,500 สายพันธุ์ โดยเฉพาะในเขตเซียงซาน (香山) เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับภูเขา เหมาะสำหรับการเติบโตของดอกคามิเลียเป็นอย่างมาก ในทุกๆ ปีตั้งแต่เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์จะมีการจัดเทศกาลดอกคามิเลียขึ้นเป็นประจำทุกปี ดอกคามิเลียเป็นดอกของพืชที่อยู่สกุลเดียวกับชา (tea) และยังเป็นพืชที่สามารถนำเมล็ดมาสกัดเป็นน้ำมันสำหรับใช้กับอาหารได้อีกด้วย
ดอกคามิเลียก็เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักในประเทศฝั่งตะวันออกอย่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งดอกคามิเลียยังมีลักษณะกลีบซ้อนที่คล้ายคลึงกับกุหลาบ ทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็น กุหลาบญี่ปุ่น (Rose of Japan) อีกด้วย ดอกคามิเลีย หรือที่เรียกกันว่า สึบากิ ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นสื่อถึงจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิและนิยมนำมาใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพราะมีความหมายเป็นมงคล ในญี่ปุ่นดอกสึบากิสีแดงสื่อถึงความรักที่สมบูรณ์แบบและความอ่อนน้อมถ่อมตน สึบากิสีขาว หมายถึงความงามอันไร้ตำหนิและความรักในอุดมคติ และดอกสีเหลืองหมายถึงความปรารถนา คนญี่ปุ่นนิยมมอบดอกสึบากิให้คนรัก และนิยมนำลวดลายดอกสึบากิสีแดงไปประดับตกแต่งในงานศิลปะแขนงต่างๆ ในประเทศจีน ดอกคามีเลีย หรือ ซานฉาฮวา (山茶花) นิยมมอบให้เป็นของขวัญสื่อถึงความรักและความซื่อสัตย์ กลีบดอกคามิเลียถือเป็นตัวแทนของเพศหญิง ส่วนก้านและฐานรองดอกเป็นตัวแทนของเพศชาย อีกทั้งลักษณะที่สมมาตรเท่ากันทุกด้านทำให้ดอกคามิเลียเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบและความเป็นเลิศ รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิในช่วงตรุษจีนด้วย นอกจากนี้ ซานฉาฮวา (山茶花) หรือแปลตรงตัวว่าดอกชาขุนเขา ยังสามารถนำมาต้มเป็นน้ำชาในอดีตแพทย์จีนจากยุคราชวงศ์ชางนำใบของต้นซานฉาฮวามาต้มเป็นชา เพื่อใช้รักษาโรคต่างๆ เช่น ภูมิแพ้ โรคเกี่ยวกับหัวใจ หรือแม้แต่รักษาอาการติดเชื้อ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของดอกคามิเลียในประเทศจีน จึงไม่น่าแปลกใจว่าดอกคามิเลียจึงปรากฏอยู่ในศิลปะ เครื่องกระเบื้อง และวรรณกรรมจีนโบราณมากมาย ส่วนในประเทศเกาหลี ดอกคามิเลียมีชื่อว่า ดอกทงแบค เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและความยืนยาว ดอกคามิเลียจึงเป็นที่นิยมนำมาใช้ในงานแต่งงาน หรือช่วงซอลลัล หรือวันปีใหม่เกาหลี ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ rakdok.com
Comments
Post a Comment