เที่ยวซีลาหยา (西拉雅) ตอนที่ 2 บ้านพักเดิมของนายฮัตตะ โยอิจิ (八田與一) คลองชลประทานเจียหนาน(嘉南大圳) เขื่อนอูซานโถว (烏山頭水庫)

ายฮัตตะ โยอิจิ(Yoichi Hatta-八田與一) ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการชลประทานของไต้หวัน เป็นวิศวกรโยธาชาวญี่ปุ่น ในยุคที่ญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน เพราะว่าเป็นผู้ออกแบบและสร้างคลองชลประทานเจียหนาน(嘉南大圳) และเขื่อนอูซานโถว (烏山頭水庫) หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ในปี 1910 ก็เดินทางมาอยู่ในไต้หวันท่านได้เข้าร่วมโครงการก่อสร้างหลายๆ แห่งของไต้หวันในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน อย่างเช่น  โครงการจัดทำท่อระบายน้ำเสียของกรุงไทเป การวางผังท่าเรือเกาสง โครงการท่อระบายน้ำของเมืองไถหนาน คลองชลประทานเถาหยวน ตรวจงานเขื่อนปั่นไฟของทะเลสาบสุริยันจันทรา ตรวจงานเขื่อนเต๋อจีแม่น้ำต้าเจี่ยซี และยังเป็นผู้เสนอโครงการสร้างเขื่อนเจิงเหวินและตำแหน่งที่ตั้งของเขื่อนด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นผู้จัดตั้งโรงเรียนเฉพาะทางด้านวิศวกรรมสำรวจในกรุงไทเป เป็นริเริ่มจัดตั้งสมาคมการชลประทานไต้หวัน นิตยสารเฉพาะทาง ฝึกอบรมบุคลากรด้านวิศวกรรมโยธาด้านการชลประทานในไต้หวัน และเนื่องจากว่าท่านได้สร้างคุณูปการให้กับการชลประทานเจียหนานที่ใช้ด้านการเกษตร เพราะฉะนั้นจะมีรูปปั้นหรือหอรำลึกเกี่ยวกับท่านในสถานที่เกี่ยวข้องในไต้หวันมากมาย




ในสมัยก่อน พื้นที่ราบแถบเมืองหยุนหลิน เจียอี้ ไถหนาน และเกาสง เป็นพื้นที่ราบที่มีฝนตกน้อย พื้นดินแห้งแล้ง ได้รับแสงอาทิตย์สาดส่องเป็นเวลานาน คนสมัยก่อนทำการเพาะปลูกต้องให้ฝนตกจึงทำการเพาะปลูกได้ และขณะนั้นก็ไม่มีระบบชลประทานขนาดใหญ่ มีขีดจำกัดในการเพาะปลูก ช่วงฤดูไต้ฝุ่นยังมีปัญหาน้ำท่วม พื้นที่แถบชายฝั่งทะเลจะมีปัญหาดินเค็มด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตร นายฮัตตะ โยอิจิ เริ่มสำรวจพื้นที่และของบสร้างระบบชลประทานกับทางการญี่ปุ่น เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูง ครั้งแรกของบประมาณไม่ผ่าน แต่หลังการจลาจลข้าวในปี ค.ศ. 1918  ซึ่งเป็นการจลาจลที่พลเมืองชาวญี่ปุ่นก่อขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐบาล จึงทำให้ครม.ของญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงนโยบาย ที่ต้องการใช้ไต้หวันเป็นฐานการผลิตด้านการเกษตร เพราะฉะนั้นการชลประทานเจียหนานจึงผ่านอนุมัติและเริ่มก่อสร้าง มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปดูงานต่างประเทศ เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ หากอาศัยแรงงานคนอย่างเดียว ใช้เวลาสร้าง 20 ปีก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดมีการนำเข้าเครื่องจักรขนาดใหญ่ช่วยก่อสร้าง ร่นเวลาเหลือ 10 ปี เป็นโครงการใหญ่ที่สุดและใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในขณะนั้น สร้างด้วยความยากลำบาก การสร้างเขื่อนอูซานโถวและระบบการขนส่งน้ำ มีเจ้าหน้าที่ คนงานเกิดอุบัติเหตุและป่วยในหน้าที่มากถึง 134 คน การเจาะภูเขาเพื่อชักน้ำ จนทำให้สามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่เพาะปลูกได้เพิ่มขึ้น มีระบบการส่งน้ำ ท่อระบายน้ำ ความยาวรวมกัน 16,000 กม. แก้ปัญหาน้ำท่วม แห้งแล้ง และดินเค็ม การเพาะปลูกข้าว อ้อย ธัญพืชในพื้นที่ราบลุ่มเจียหนานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกษตรกรกว่า 600,000 รายได้รับประโยชน์ จนทำให้ที่ราบลุ่มเจียหนานกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของไต้หวัน (ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ RTI)






บ้านพักเดิมของนายฮัตตะ
ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของอ่างเก็บน้ำหวู่ซานโถว บ้านพักที่เห็นอยู่นี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2009 และหลังจากผ่านไป 2 ปี เปิดให้คนทั่วไปชมอย่างเป็นทางการในปี 2011 สำหรับบ้านพักในละแวกเดียวกันก็เป็นบ้านพักสไตล์ญี่ปุ่นของเพื่อนร่วมงานของนายฮัตตะ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาทำเป็นร้านกาแฟนั่งสบายๆ ในบรรยากาศญี่ปุ่นๆ






นอกจากนี้ในบริเวณอุทยานยังมีการจำลองหอสักการะฟ้าเทียนถาน เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงต่อสวรรค์ตามคติความเชื่อของจีนโบราณ

และสะพานแขวนสายรุ้ง ที่มีความยาวรวม 79 เมตร กว้าง 2.3 เมตร เป็นสะพานหลักสำหรับเจ้าหน้าที่ด้านให้เดินข้ามไปจากเขื่อนอูซานโถว (烏山頭水庫)  และคลองชลประทานเจียหนาน (嘉南大圳)  โดยบนสะพานสามารถชมทิวทัศน์ของชลประทานได้




Comments