เที่ยวจินเหมิน (金門) ตอนที่ 1 สินค้าเศรษฐกิจของจินเหมิน เหล้ากาวเหลียง(高粱酒) ก๊วยเตี๋ยวเนื้อวัวเกาเหลียง (高粱牛肉麵) เส้นหมี่ (麵線)

หมู่เกาะจินเหมิน หรือ คีมอย มีความหมายว่า ประตูทองคำ อยู่ห่างจากมณฑลฝูเจี้ยนของจีนเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น มีประชากรอาศัยอยู่ราว 50,000 คน ประชากรส่วนมากที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมบนเกาะจินเหมินเป็นชาวฮกเกี้ยน และใช้ภาษาหมิ่นหนาน เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะได้เมื่อปี 1992 แต่มีการจำกัดจำนวนคนวันละเพียง 100-200 คน แต่ในปัจจุบันมีเที่ยวบินจากไทเป-จินเหมิน ไถจง-จินเหมิน และเกาสง-จินเหมิน โดยใช้เวลาบินเพียง 1 ชั่วโมง แต่ที่น่าสนใจคือ หากเป็นเครื่องบินพาณิชย์จะต้องบินอ้อมไปแถบๆ เกาะเซี๊ยะเหมินในน่านฟ้าของจีนก่อนแล้วบินวกกลับมา เพราะถ้าบินตรงแล้ว ทั้งจีนและไต้หวันจะเป็นที่รู้กันว่าเป็นเครื่องบินรบ เตรียมจะมาโจมตี อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุฉุกเฉินหรือต้องรับส่งทหารที่บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล ก็สามารถขออนุญาตพิเศษเพื่อร่นระยะทางการบินได้ 

เมื่อมาเกาะจินเหมิน พลาดไม่ได้กับการดูสถาปัตยกรรมบ้านเรือน ที่ส่วนมากสร้างจากชาวจินเหมินที่เดินทางไปเอเชียอาคาเนย์ทำธุรกิจแล้วได้เงินกลับมาก็มาสร้างบ้านเป็นสไตล์ยุโรปผสมผสานกับสไตล์อาเซียนในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนจากทางตอนใต้ของเมืองฝูเจี้ยน และประเพณีท้องถิ่นส่วนใหญ่จะมาจากประเพณีเก่าแก่และวิถีการปฏิบัติของแถบฝูเจี้ยน อีกสิ่งหนึ่งที่มาแล้วต้องไปดูก็คือฐานทัพในถ้ำหินแกรนิตที่ขุดมาโดยเฉพาะเนื่องจากจินเหมินถือเป็นบริเวณแนวหน้าที่เผชิญความขัดแย้งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่ปี 1949-1980

จินเหมินสินค้าท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงหลายอย่าง เช่น

ข้าวฟ่างและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเหล้าข้าวฟ่างหรือเหล้ากาวเหลียง(高粱酒-Sorghum) ที่มีแอลกอฮอล์ 58% ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง อากาศบริสุทธิ์ ปราศจากมลพิษของจินเหมิน ทำให้ที่นี่เหมาะแก่การหมักเหล้าเกาเหลียงเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีน้ำคุณภาพสูง ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเหล้าเกาเหลียงเป็นอย่างดี โดยจะปลูกข้าวฟ่างหรือเกาเหลียงประมาณเดือนมีนาคมและเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนตุลาคม โดยเกษตรกรที่ปลูกเกาเหลียงจะขายให้กับโรงกลั่นสุราเกาเหลียงในราคากิโลกรัมละ 38 เหรียญไต้หวัน โดยโรงกลั่นเกาเหลียงที่รู้จักกันดีคือ Kinmen Kaoliang Liquor โดยมีรัฐบาลจินเหมินเป็นผู้ถือหุ้นด้วย นอกจากนี้งบริหารทีมบาสเกตบอลที่ชื่อว่า Kinmen Kaoliang Liquor Basketball ด้วย

เหล้าเกาเหลียงมี่บรรจุอยู่ในภาชนะแบบต่างๆ ซึ่งการทำเครื่องเซรามิกสำหรับใส่เหล้าเกาเหลียงก็เป็นสินค้าเศรษฐกิจอย่างหนึ่งของจินเหมินเช่นกัน
หน้าตาของเหล้าเกาเหลียงที่มีถึง 58 ดีกรี

ในเมืองจินเหมินตลอดข้างทางเต็มไปด้วยแแปลงปลูกเกาเหลียง แต่ด้วยผู้เขียนไปจินเหมินในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว จึงเห็นแต่แปลงเปล่าๆ ที่กำลังเตรียมดินสำหรับเพาะปลูกในรอบถัดไป

เกาเหลียงมี 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เกาเหลียงขาว (ภาพบน) และเกาเหลียงแดง (ภาพล่าง)

นอกจากคนจะกินเกาเหลียงแล้ว วัวที่นี่ก็กินกากจากการหมักเหล้าเกาเหลียงด้วย ทำให้เนื้อวัวของจินเหมินนี้ขึ้นชื่อมาก สิ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือ เกี๊ยวเตี๋ยวเนื้อวัว ว่ากันว่าเป็นเนื้อหินอ่อนนุ่มละลายในปาก


อีกอย่างคือเส้นหมี่ราดซอสพริกที่หมักด้วยเกาเหลียง เนื่องจากจินเหมินอยู่ใกล้จีน จึงได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศจากทางจีนมาก โดยปกติจะมีอุณหภูมิหนาวกว่าไทเปเสียอีก และมีลมแรง เนื่องจากเป็นเกาะขนาดเล็ก ทำให้เหมาะกับการตากเส้นหมี่ เส้นหมี่ของที่นี่จึงเหนียวนุ่มมาก







Comments