ทะเลสาบสุริยันจันทรา (日月潭) วัดเหวินอู่ (文武廟)วัดพระถังซัมจั๋ง (玄光寺)

ทะเลสาบสุริยันจันทรา (日月潭) เป็นทะเลสาบน้ำจืดจากธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของเกาะไต้หวัน ตั้งอยู่ในภูเขาของมณฑลหนานโถว (Nantou County) พื้นที่ตอนกลางของเกาะ มีชื่อเสียงด้านความสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน” จุดเด่นคือพื้นน้ำสีฟ้าอมเขียวส่องประกายพร้อมฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่อุดมไปด้วยพื้นที่ป่าเขียวชอุ่มอันอุดมสมบูรณ์และภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี แต่เดิมบริเวณโดยรอบของทะเลสาบสุริยันจันทราเป็นบ้านเรือนของชาวเซา (Thao, 邵) หนึ่งในชนเผ่าพื้นเมืองของไต้หวัน มีเนื้อที่ครอบคลุมเกือบ 8 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในระดับ 748 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลจากพื้นผิวบริเวณโดยรอบ ด้วยระดับความลึกของน้ำอยู่ที่ 27 เมตรและมีพื้นที่รอบบริเวณทะเลสาบรวมแล้วประมาณ 7.93 ตารางกิโลเมตร ซึ่งโดยทั่วไปไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงว่ายน้ำในทะเลสาบเนื่องจากความลึกและอุณหภูมิที่ค่อนข้างต่ำของน้ำอาจจะเกิดอันตรายได้ ทว่าจะมีการจัดเทศกาลแข่งขันว่ายน้ำขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ในชื่อ “กิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสุริยันจันทรา” (Sun Moon Lake Swimming Carnival) เส้นทางยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิของทุกปี นอกจากทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามแล้ว รอบๆ ทะเลสาบสุริยันจันทรายังรายล้อมไปด้วยวัดวาอารามน้อยใหญ่ที่สวยงามอีกหลายแห่งด้วยกัน อาทิ วัดเหวินอู่ (文武廟) ที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากการเพิ่มระดับของน้ำจากการสร้างเขื่อน จึงทำให้วัดเล็กๆ ในบริเวณนั้นถูกย้ายออกไป, เจดีย์ฉืออาน (慈恩塔) ถูกสร้างโดยอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็คในปี 1971 เพื่อระลึกถึงมารดาของท่าน





ที่มาของชื่อ “Sun Moon Lake” เนื่องจากเมื่อมองภาพรวมของทะเลสาบจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทางด้านฝั่งตะวันออกมีลักษณะคล้ายกับพระอาทิตย์ในขณะเดียวกันทางด้านตะวันตกจะคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งมีเกาะลาลู (Lalu) กลางทะเลสาบเป็นตัวแบ่งอาณาเขตระหว่างฝั่งสุริยันและจันทราไว้เป็นสองฝั่ง โดยแต่เดิมนั้นเกาะลาลูมีขนาดใหญ่กว่านี้มากแต่เพราะเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไต้หวันจึงเหลือขนาดเพียงนิดเดียวทำให้ไม่สามารถมองเห็นลักษณะของสุริยันจันทราได้ชัดเจนนัก



วัดเหวินอู่ (文武廟)ในสมัยก่อน ชาวบ้านกลัวว่าน้ำจากทะเลสาบสุริยันจันทรา จะทะลักเข้ามาท่วมวัดหลงเฟิง (Longfeng Temple) และวัดโฝวกวงซัน (Huatang of Shuishotsun) จึงสร้างวัดเหวินอู่ขึ้น แล้วรวมวัดทั้งสองแห่งไว้ในวัดเหวินอู่เพียงแห่งเดียว และสร้างกำแพงให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับน้ำจากทะเลสาบสุริยันจันทราที่หนุนขึ้นสูง

วัดเหวินอู่ตั้งอยู่ด้านขวาของทะเลสาบสุริยันจันทรา สร้างขึ้นในปี 1938 ภายในวัดมีรูปปั้นของขงจื้อและเทพกวนอู (เทพเจ้าแห่งปัญญา และเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์) ซึ่งชาวไต้หวันเชื่อกันว่า หากได้บูชาเทพเจ้ากวนอู จะได้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีแต่คนจงรักภักดี หรือหากวางแผนสิ่งใด ก็จะประสบความสำเร็จตามปราถนา จึงทำให้ได้รับความนิยมจากชาวไต้หวัน ที่มาสักการะขอพรองค์เทพในวัดแห่งนี้ (ข้อมูลดีๆ จากการท่องเที่ยวไต้หวัน)






นอกจากการเดินรอบทะเลสาบ ขี่จักรยาน นั่งเรือชมความงดงามของทะเลสาบแล้ว ยังสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้า
เยี่ยมชมหมู่บ้านวัฒนธรรมอะบอริจินฟอร์โมซาน (Formosan Aboriginal Culture Village, 九族文化村)  หมู่บ้านจำลองวิถีชีวิตชาวเขาพื้นเมืองของไต้หวันสร้างขึ้นในปี 986 รวมทั้งเป็นแหล่งรวมกิจกรรม อาทิ สวนสนุก สถานที่จัดแสดงโชว์และสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย สำหรับผู้ที่นั่งเรืออย่าลืมแวะท่าเรือ Syuanguang (玄光) เป็นที่ตั้งของวัดพระถังซัมจั๋งจุดท่องเที่ยวสำคัญของทะเลสาบสุริยันจันทราคุณสามารถเดินขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเที่ยวชมความสวยงามของวัด ชมเจดีย์ 7 ชั้นที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่บนยอดเขา แวะถ่ายรูปกับก้อนหินแกะสลักชื่อทะเลสาบ (日月潭) พร้อมทั้งชิมไข่ใบชา

*ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ตะลอนเที่ยวดอทคอม

นอกจากนี้บริเวณทะเลสาบสุริยันจันทรา ยังเป็นที่ตั้งของวัดพระถังซัมจั๋ง (玄光寺) อีกแห่งที่เป็นสถานที่ประดิษฐานพระธาตุของพระถังซัมจั๋งที่ว่ากันว่าช่วงระหว่างสงครามญี่ปุ่น-จีน ชาวญี่ปุ่นได้นำพระธาติของพระถังซัมจั๋งบางส่วนมาที่ไต้หวันในปี 1955 แล้วได้นำมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้เมื่อปี 1958  





Comments