เที่ยวเมืองจีหลง (基隆)สวนสาธารณะฉาวจิ่ง (潮境公園)หุบเขาหว่างโยวกู่ (望幽谷) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล (國立海洋科技博物館)

เมืองจีหลง (基隆)ตั้งอยู่ในพื้นที่แหลมตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน เมืองจีหลง เคยถูกเรียกว่า “Jilong” ซึ่งหมายความว่า สุ่มไก่ แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็น “Keelung” ซึ่งหมายความว่า “มั่งมีที่ดินและเจริญรุ่งเรือง” ตราบจนปัจจุบัน ความคึกคักและพลุกพล่านของจีหลง คล้ายคลึงกับฮ่องกงจนถึงกับมีคนเปรียบเปรยว่า จีหลงเสมือนเป็นฮ่องกงเล็กๆ เลยทีเดียว

เมืองจีหลง มีพื้นที่ 132.7589 ตารางกิโลเมตร ซึ่ง 95% ของพื้นที่เป็นเนินเขา มีทิวเขาเป็นแนวแบ่งเขตแดนจากเมืองอื่นทั้งทางทิศตะวันออก,ตะวันตกและทิศใต้ ส่วนทางตอนเหนือของเมืองหันหน้าเข้าสู่ทะเลตงไห่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกสากล

ปัจจุบัน เมืองจีหลง ได้กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดทางภาคเหนือของไต้หวัน นับว่าเป็นเมืองที่อยู่เหนือสุดของไต้หวัน เมืองท่าแห่งนี้มีการขนส่งทางทะเลอย่างคับคั่ง ทำให้เกิดธุรกิจขึ้นบริเวณท่าเรือ ตามประวัติศาสตร์ จีหลงเป็นเมืองที่มีความสำคัญในการคมนาคมขนส่งและเป็นฐานทัพที่สำคัญของไต้หวัน ลักษณะต่างๆเหล่านี้เป็นบ่อเกิดทางด้านวัฒนธรรมและความสวยงามทางทัศนียภาพของเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นป้อมปราการและปืนใหญ่ในอดีตได้

การคมนาคมของเมืองจีหลง เจริญพัฒนาอย่างมาก การต่อเรือ อุตสาหกรรมเคมี การผลิตถ่านหินและการแปรรูปสินค้าอาหารทะเลเป็นกิจการที่มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ เมืองจีหลงยังเป็นเมืองการประมงที่สำคัญอีกเมืองหนึ่ง ปีหนึ่งๆเมืองจีหลง มีฝนตกกว่า200 วัน จึงทำให้ได้ฉายาว่า “The Rainy Port” การที่จีหลงอยู่ติดกับทะเลและมีการทำการประมงจำนวนมาก ส่งผลให้ตามตรอก ซอก ซอย มีร้านอาหารทะเล ขายอยู่แน่นขนัดตามถนนหนทาง (ข้อมูดีๆ จาก www.magic-ontours.com/)

ครั้งที่แล้วเราพาไปชมบ้านหลากสีที่ท่าเรือประมงเจิ้งปิน (Zhengbin Fishing Harbor: 正濱漁港) ที่เมืองจีหลง (อ่านบทความได้ที่ https://mylovelytaiwan.blogspot.com/2021/01/zhengbin-fishing-harbor.html)

วันนี้เราจะขอแนะนำสวนสาธารณะฉาวจิ่ง (潮境公園)คำว่า ฉาวจิ่ง หมายถึงบริเวณที่กระแสน้ำเย็นและกระแสน้ำอุ่นไหลรวมกันโดยเฉพาะบริเวณที่กระแสน้ำคุโรชิโอะและโอยาชิโอะในมหาสมุทรแปซิฟิกมาไหลรวมกัน ถือได้ว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แพลงก์ตอน มีปลาและสัตว์น้ำมากมาย เราจะเห็นได้ว่ามีคนมานั่งตกปลาที่บริเวณนี้ ตอนนี้รัฐบาลเมืองจีหลงได้ปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ แล้วนำฉากหรือวัตถุต่างๆ มาวางให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ถ่ายรูปกับฉากทะเลและภูเขาได้อย่างสวยงาม




บริเวณใกล้เคียงกันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล (國立海洋科技博物館)ที่มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ ตั้งอยู่ริมทะเล และยังมีสถานีรถไฟที่เดินเชื่อมกับพิพิธภัณฑ์ได้เลย

นอกจากนี้ หุบเขาหว่างโยวกู่ (望幽谷) มีลักษณะเป็นรูปตัววีอันสวยงามริมทะเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันถัดจากท่าเรือประมงปาโต๊วสึ เมื่อประมาณ 60 ปีที่แล้ว มีคนในเมืองปาโต๊วสึพานักศึกษามาที่บริเวณแห่งนี้ โดยเมื่อก่อนบริเวณนี้ห้ามเล่นน้ำทะเล ห้ามลงไปที่ชายหาด นักศึกษาก็ได้แต่สนุกสนานกันบนพื้นที่ของหุบเขา พวกนักศึกษาเฮอาสนุกสนานจนลืมความเศร้าหมอง จึงได้ตั้งชื่อหุบเขานี้ว่า "หว่างโยว" แปลว่า ลืมความเศร้าหมอง ซึ่งก็มีคนสลักชื่อนี้ไว้บนหินก้อนหนึ่งและหลงเหลือจนถึงทุกวันนี้ด้วย

                                      *ภาพนี้ถ่ายคนละวันกับภาพด้านบน วันนั้นมีฝนตกปรอยๆ



Comments