พิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ (媽祖) ของศาลเจ้าเจิ้นหลันกง (大甲鎮瀾宮)

พิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ (媽祖) ของศาลเจ้าเจิ้นหลันกง (大甲鎮瀾宮) ที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้ง ได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในไต้หวัน อีกทั้งยังถูกองค์การ UNESCO ยกย่องว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural heritage) และ Discovery Channel ก็ยกย่องให้เป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่  1 ใน 3 ของโลก นอกเหนือจากพิธีแสวงบุญที่นครเมกกะ  และพิธีมิสซาที่นครวาติกัน


สาเหตุที่พิธีกรรมนี้มีความสำคัญมากที่สุดในไต้หวันก็เพราะว่า เจ้าแม่มาจู่ เป็นเทพที่คอยปกป้องความปลอดภัยทางทะเล ให้แก่ชาวประมง และเหล่านักเดินเรือ จากการที่ไต้หวันเป็นเกาะที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเล จึงมีผู้ที่ยึดอาชีพประมง และประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลจำนวนมาก พวกเขาเหล่านี้ล้วนเคารพนับถือ เลื่อมใสศรัทธาและสักการะบูชาเจ้าแม่มาจู่กัน และความเชื่อนี้ก็แผ่ขยายไปทั่วไต้หวัน นอกจากนี้ในเขตภาคใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของความเชื่อเกี่ยวกับเจ้าแม่มาจู่ โดยเฉพาะในมณฑลฝูเจี้ยนและกวางตุ้ง รวมไปถึงชุมชนชาวจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทยก็มีศาลเจ้าแม่มาจู่ที่แบ่งภาคจากไต้หวันไปอยู่ที่สมุทรสาคร ชื่อศาลเจ้านำเหยามาโจ้วเก็ง องค์เจ้าแม่มาจู่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้แบ่งภาคไปจากศาลเจ้าแม่หนานเหยา ที่เมืองจางฮั่ว

วัฒนธรรมความเชื่อนี้แพร่เข้าสู่ไต้หวันพร้อมกับการอพยพเข้ามาของชาวจีนจากมณฑลฝูเจี้ยน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ในไต้หวันมีศาลเจ้าแม่จู่  3 แห่งที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคราชวงค์หมิง (ค.ศ.1368-1644) และต่อมาในยุคราชวงค์ชิง (ค.ศ.1616-1912) สร้างขึ้น 37 แห่ง และทยอยสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันทั่วไต้หวันมีศาลเจ้าแม่มาจู่ 3,000 กว่าแห่ง แต่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงโด่งดังก็มีประมาณ 5-6 แห่ง หนึ่งในนั้นก็คือพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ของศาลเจ้าเจิ้นหลันกงนี่เอง

 สำหรับเส้นทางที่ขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่เคลื่อนผ่านระหว่างวันที่ 9-18 เมษายนนี้ ได้แก่ เคลื่อนออกจากนครไทจง ไปยังเมืองจางฮั่ว หยุนหลิน และเจียอี้ และสุดท้ายเคลื่อนกลับมายังศาลเจ้าเจิ้นหลันกงที่เขตต้าเจี่ย นครไทจงในวันที่ 18 เมษายน ซึ่งถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี รวมเวลา 9 วัน 8 คืน รวมระยะทาง 340 กิโลเมตร ระหว่างทางก็จะมี สานุศิษย์และประชาชนทั่วไปรอกราบสักการะ ตลอดจนมีการจัดพิธีขอพรจากเจ้าแม่ โดยการลอดเกี้ยวเจ้าแม่มาจู่ 


ในการจัดขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่ ซึ่งประกอบด้วย 18 ทีมหรือคณะ มีการกำหนดตำแหน่งของขบวนอย่างชัดเจนว่า ใครอยู่หน้าใครอยู่หลัง แต่ที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะได้แก่ผู้ที่ถูกจัดให้อยู่ลำดับหน้าสุดของขบวน ซึ่งถูกเรียกว่า 報馬仔 (เป้าหม่าไจ่) หรือแปลว่า คนแจ้งข่าว ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่  จะเดินนำทางอยู่หน้าขบวน  สวมชุดสีดำ พับขากางเกงขึ้นข้างหนึ่ง สวมเสื้อกั๊กที่สานจากหญ้าคา สวมงอบ สวมรองเท้าที่สานจากหญ้า ไว้หนวด สวมแว่นดำ แบกไม้คานที่แขวนฆ้องไว้ด้านหน้า ด้านหลังแขวนขาหมูกับผักกุยช่าย ซึ่งมีความหมายว่ามีอาหารการกินสมบูรณ์และอายุยืนยาว หน้าที่ของเป้าหม่าใจ่ ก็คือจะคอยตีฆ้องร้องป่าวให้ชาวบ้านได้ทราบว่าขบวนแห่ของเจ้าแม่มาจู่กำลังจะมาถึงแล้ว ขอให้รอให้การต้อนรับ หรือหากต้องการขอพรจากเจ้าแม่ก็สามารถเข้าแถวต่อคิวมอบกราบรอลอดเกี้ยวเจ้าแม่ (ข้อมูลดีๆ จาก Radio Taiwan International)

ระหว่างทางไปวัดมีโรงเจ พวกร้านค้าต่างๆ มากางเต้นท์ แจกอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ตลอดทางเลย นอกจากนี้ยังมีขบวนรถคอนเสิร์ตบรรเลงเพลง ขบวนพาเหรดของวัดหรือศาลเจ้าต่างๆ สร้างสีสันมากเลย




Comments